เพลงโหมโรง หมายถึงเพลงที่บรรเลงก่อนที่จะแสดงโขน ละคร หรือก่อนที่จะมีการบรรเลงดนตรี เพลงโหมโรงเป็นเพลงบรรเลงล้วนๆ ไม่มีการขับร้อง และกลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ ก่อนที่จะเปิดการแสดงใดๆ ที่ต้องใช้ดนตรีไทยประกอบ
จุดประสงค์ที่แท้จริงที่ต้องมีเพลงโหมโรงก่อนนั้น มีผู้ให้ข้อสันนิษฐานไปหลายทาง เช่น เป็นเสียงโฆษณาให้ทราบว่า จะมีการแสดงดนตรีหรือมหรสพ หรือการแสดงนั้นๆ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วบ้าง เป็นการอุ่นเครื่องให้กล้ามเนื้อทำงานได้คล่องแคล่ว เพื่อให้บรรเลงเพลงต่อไปได้สะดวกขึ้นบ้าง เป็นการทดสอบความถูกต้องของเสียงในเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น เพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกต้องบ้าง จนถึงการเอาภูตผีเทวดา เทพเจ้า เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบรรเลงก็มี อันล้วนแล้วให้เกิดประโยชน์ ทั้งผู้ฟังดนตรีและนักดนตรีเอง
มีผู้ให้ข้อคิดเห็นว่า เพลงโหมโรงของไทย มีส่วนคล้ายกับเพลงโหมโรงของชาวตะวันตกที่เรียกว่า Overture แต่จะต่างกันตรงที่ว่า เพลงโหมโรงของไทยบรรเลงก่อนจะเปิดการบรรเลงดนตรี หรือแสดงโขน ละคร ส่วน Overture ของตะวันตก บรรเลงก่อนที่จะเปิดการแสดงโอเปร่า (Opera)
ระนาดเอก เป็นเครื่องดนตรีที่วิวัฒนาการมาจากกรับ โดยประดิษฐ์ไม้กรับให้มีขนาดลดหลั่นกัน โดยประดิษฐ์ไม้กรับให้มีขนาดลดหลั่นกัน เจาะรูร้อยเชือกแล้วนำไปแขวนบนรางไม้ เพื่อช่วยอุ้มเสียงให้เกิดความไพเราะ ลักษณะของระนาดค่อยเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงไพเราะยิ่งขึ้น จนถือว่าเป็นเสียงมาตรฐานในวงดนตรีไทย ระนาดรางหนึ่งจะมี 21 ลูก คำว่าระนาด เป็นคำไทยแผลงมาจากคำว่า "ราด" หมายถึงการวางเรียงแผ่ออกไป นับเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญของวงปี่พาทย์ไทย ทำหน้าที่แปลงลูกฆ้องให้เป็นทำนองเต็ม มีกลเม็ดสลับซับซ้อน มีเก็บ สะบัด ขยี้ ฯลฯ ผู้เล่นจะต้องมีความสามารถ มีความชำนาญ เพราะระนาดเอกมีเสียงเด่น และเป็นเสียงนำในวงปี่พาทย์
เพลงโหมโรงจะใช้เพลงสาธุการบรรเลงนำทุกครั้ง มี ๓ ประเภท คือ
๑.๑ โหมโรงพิธีกรรม บรรเลงก่อนพิธีกรรมต่าง ๆ มี ๓ ชุด คือ
- เพลงโหมโรงเช้า
- เพลงโหมโรงเย็น
- เพลงโหมโรงเทศน์
๑.๒ เพลงโหมโรงการแสดง บรรเลงก่อนการแสดงต่าง ๆ
๑.๓ เพลงโหมโรงเสภา บรรเลงก่นการขับเสภา